วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

พุทธวจน ฉบับ ๖ อานาปานสต


       ภิกษุทั้งหลาย !  ภิกษุเหล่าใดยังเป็นเสขะ
ยังไม่ลุถึงธรรมที่ต้องประสงค์แห่งใจ 
ปรารถนาอยู่ซึ่งโยคเขมธรรมอันไม่มีอะไรยิ่งกว่า;
ภิกษุเหล่านั้น  เมื่อเจริญแล้ว  ทำให้มากแล้ว
ซึ่งอานาปานสติสมาธิ
ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย

      ส่วนภิกษุทั้งหลายเหล่าใด  เป็นอรหันต์  สิ้นอาสวะแล้ว
มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้โดยชอบภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น  เมื่อเจริญแล้ว  ทำให้มากแล้ว ซึ่งอานาปานสติสมาธิ ย่อมเป็นสุขวิหารในปัจจุบันด้วยเพื่อความสมบูรณ์แห่งสติสัมปชัญญะด้วย... .

มหาวาร. สํ. ๑๙/๔๑๓/๑๓๖๖-๖๗.


วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

พุทธวจน ฉบับ ๕ แก้กรรม?




   ภิกษุทั้งหลาย !  เรากล่าวซึ่งเจตนา  ว่าเป็นกรรม.
   ภิกษุทั้งหลาย !  เหตุเกิดของกรรมทั้งหลาย ย่อมมี  เพราะความเกิดของผัสสะ.
   ภิกษุทั้งหลาย !  ความดับแห่งกรรม ย่อมมี  เพราะความดับแห่งผัสสะ.
   ภิกษุทั้งหลาย !  มรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นเอง  เป็นกัมมนิโรธคามินีปฏิปทา.

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๖๔/๓๓๔






วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

พุทธวจน ฉบับ ๔ มรรค...(วิธีที่)ง่าย

    ภิกษุ  ท. !    เราจักแสดงซึ่ง มิจฉาปฏิปทา 
และสัมมาปฏิปทา แก่พวกเธอ.  
เธอทั้งหลาย จงฟังซึ่งข้อความนั้น. 
    ภิกษุ  ท. !   มิจฉาปฏิปทา เป็นอยางไรเล่า ?  
มิจฉาปฏิปทานี้คือ มิจฉาทิฏฐิ  มิจฉาสังกัปปะ 
มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ มิจฉาอาชีวะ  
มิจฉาวายามะ มิจฉาสติ  มิจฉาสมาธิ.  
ภิกษุ ท. !    นี้เรียกว่า มิจฉาปฏิปทา. 
    ภิกษุ ท. !    สัมมาปฏิปทา เป็นอย่างไรเล่า ? 
 สัมมาปฏิปทาน นี้คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ  
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ  
สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.  
ภิกษุ  ท. !    นี้เรียกว่า สัมมาปฏิปทา
มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๒/๖๕-๖๗.






วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

พุทธวจน ฉบับ ๓ ก้าวย่างอย่างพุทธะ



    อานนท์ !  พวกเธอทั้งหลาย
จงมีตนเป็นประทีป  มีตนเป็นสรณะ
อย่าเอาสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย;
จงมีธรรมเป็นประทีป  มีธรรมเป็นสรณะ
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย.


มหา. ที. ๑๐/๑๕๙/๑๒๘.






วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

พุทธวจน ฉบับ ๒ คู่มือโสดาบัน

     สารีบุตร !   ที่มักกล่าวกันว่า โสดาบัน  
โสดาบัน ดังนี้  เป็นอย่างไรเล่า  สารีบุตร ? 
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! 
ท่านผู้ใด  เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่
 ผู้เช่นนั้นแล  ข้าพระองค์เรียกว่า เป็นพระโสดาบัน 
ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ   มีโคตรอย่างนี้ ๆ   พระเจ้าข้า !”
    
 สารีบุตร !   ถูกแล้ว  ถูกแล้ว 
ผู้ที่ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่ 
ถึงเราเอง ก็เรียกผู้เช่นนั้นว่า เป็น พระโสดาบัน 
ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ  มีโคตรอย่างนี้ ๆ.

มหาวาร. สํ. ๑๙ /๔๓๕/๑๔๓๒ – ๑๔๓๓.